ทำไมต้องใช้ ยา ปฏิชีวนะ? คำถามที่ต้องรู้ก่อนใช้

ยาปฏิชีวนะเป็นอย่างไร

ยาปฏิชีวนะเป็นกลุ่มยาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเอาไว้อย่างกว้างขวางในการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ โดยได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อต้านการขยายพันธุ์ของเชื้อโรค ส่วนใหญ่ตระกูลยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัย คือ ตระกูลจอปน์ (penicillins) และ ตระกูลมากซิลลิน (macrolides) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะระบบที่เป็นที่นิยมในการใช้ในการรักษาอดีต ทั้งนี้ เชื้อแบคทีเรียคือมีความต้านทานกับยาปฏิชีวนะเล็กน้อยกว่าหลายประเภทของยาและยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการรักษาเชื้อได้มากกว่า 70 ปี

ยาปฏิชีวนะมีประสิทธิภาพแค่ไหน

ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาเชื้อมากเพียงพอ โดยบางประการ ยาปฏิชีวนะราวกับโปรโมชันที่มีวิธีการทำงานเหมือนกับธาตุไฮโดรเจนของพืชกับแสงแดด โดยยาปฏิชีวนะจะช่วยยับยั้งเชื้อโรคให้ไม่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย เร็ว ทำให้มีโอกาสเตรียมตัวพร้อมกันกับการรักษาโรคอื่นๆได้ดีกว่า นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะยังเป็นยาที่มีผลกระทบน้อยและไม่เกี่ยวกับการใช้งานทางโรคพื้นฐานอย่างรังสีแบคทีเรียซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงสูง

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ

1. ใช้ตามวิธีการและเวลาตามที่แพทย์ระบุ

ในการใช้ยาปฏิชีวนะควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยส่วนใหญ่幁้นที่จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นช่วงช่วงเวลาเฉพาะเพื่อให้ยาปฏิชีวนะสามารถยับยั้งการแบ่งแยกของเชื้อแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น

2. หลีกเลี่ยงการไม่สม่ำเสมอหรือข้ามยา

หลีกเลี่ยงสับสนการใช้ยาปฏิชีวนะเพราะมันอาจทำให้การรักษาไม่สมบูรณ์ตามที่ต้องการ จับราคายาและคำแนะนำการใช้เพื่อรับสินค้าในตอนแรก เมื่อผู้ป่วยพบว่ายาที่ได้รับไม่ช่วยภาระแบบง่าย เช่น การนอนหลับหรืออยู่แต่กลางวันผู้ป่วยควรนำยาไปแสดงเพื่อคำแนะนำจากแพทย์ก่อนที่จะเลิกใช้สารสกัดจากสมุนไพรหรือวิตามินใดๆ

3. อย่าใช้ยาแบบสะสม

ใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์ เริ่มต้นอย่างช้าเช่นการแบ่งจำนวนยาตามช่วงเวลา และไม่ควรทำซ้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแพนิคอัพ ซึ่งเป็นภาวะที่มีอาการแสดงเป็นภาวะแพ้ยาในบางผู้ป่วยถ้าถูกใช้จนครบห้าวันหรือมากกว่า

4. ระวังผลข้างเคียง

ยาปฏิชีวนะทั่วไปมักมีผลข้างเคียงโดยไม่มีอะไรมาก เช่น การแพ้ยา โต๊ะมีการเปลี่ยนแปลงของต้นผม ซึ่งผ่านการศึกษาสำหรับความปลอดภัยทางการแพทย์แล้ว แต่ก็ยังต้องระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยพิจารณาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดนี้ถ้าคุณมีการแพ้ยา หรือควรระวังโดยพร้อมกันกับกลุ่มยาใดย่อมเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆ เช่นกลุ่มยาฆ่าเชื้อ, และยาอัลฟ่าโดยเฉพาะเมื่อใช้ในตัวอย่างการรักษาโรคโคโลสโตแคราตูม

5. ติดตามโดยใกล้ชิดจากแพทย์

การใช้ยาปฏิชีวนะก็ไม่แตกต่างจากการใช้ยาแบบอื่นๆ เมื่อหมดเวลาแล้ว ควรหยุดรับประทานยา ไม่ว่าจะคิดว่าภาวะที่เกิดขึ้นเข้าใกล้หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ระวังผลข้างเคียง พิจารณาอย่างระมัดระวังในการติดตามผลต่อร่างกายผู้ป่วยตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดการปนเปื้อนอื่นๆในร่างกายของผู้ป่วย

6. เปลี่ยนใช้ยาและปฏิบัติตัวจากหมอที่ฉันหมดไหม

ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่ช่วยควบคุมและป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมากมาย ที่สำคัญคือช่วยเน้นเรื่องความสมบูรณ์ของยาในการรักษาโรค การใช้ยาที่อยู่นอกเหนือความเหมาะสมของคำแนะนำของแพทย์จะไม่ได้ผลที่ดีต่อผู้ป่วย ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องรูปแบบการใช้ยาของหมอจนกว่าจะหมดกับโอกาส

แม้ว่ายาปฏิชีวนะจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อโรค แต่การใช้ยาปฏิชีวนะก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ระวังผลข้างเคียง และติดตามโดยใกล้ชิดจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง ภายในช่วงเวลาที่กำหนด จึงจะได้ผลในการป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อโรคให้สมบูรณ์แบบ.

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button